เตรียมเพิ่ม-1
เพราะ 1 ใน 3 ของแต่ละวันคือช่วงเวลาหมดไปกับการนอนหลับ พักผ่อน ซึ่งแม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถือว่ามีอิทธิพลกับ การใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ การเลือก ที่นอนที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสําคัญมาก ที่นอนที่ดีจะทําให้เรา นอนหลับสบายและหลับสนิทตลอดทั้งคืน ซึ่งหมายถึงการมี คุณภาพของการนอนหลับที่สูง นําไปสู่การมีสุขภาวะที่ดี การ ลงทุนเพื่อสุขภาพด้วยที่นอนดีๆ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด แต่ถ้าหากไม่รู้จะเลือกที่นอนอย่างไร วันนี้เรามีเทคนิคง่ายๆ มาฝาก
ขนาดที่นอน
ควรพิจารณาถึงขนาดที่นอนที่เหมาะสมเป็นอันดับแรก ที่นอน สําหรับเตียงเดี่ยวนั้นจะมีขนาดระหว่าง 3.5 ฟุต และ 4 ฟุต ส่วน ที่นอนสําหรับเตียงคู่จะมีขนาดให้เลือกมากขึ้น ได้แก่ 5, 6, 6.5 และ 7 ฟุต เตียงนอนที่มีขนาดใหญ่จะทําให้นอนสบายขึ้นเพราะ มีพื้นที่ให้พลิกตัวมากขึ้น โดยเฉพาะสําหรับคนที่นอนดิ้น แต่ ทั้งนี้ก็ต้องคํานึงถึงขนาดห้องนอนด้วยเพื่อความเหมาะสม
ประเภทของที่นอน
ที่นอนที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้มี 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ที่นอนยางพารา ที่นอนสปริง ที่นอนฟองน้ํา และที่นอนใย มะพร้าว ซึ่งแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติ รวมไปถึงข้อดี-ข้อเสียที่ แตกต่างกันออกไป

ที่นอนยางพารา
ในบรรดาที่นอนทุกชนิดที่นอนยางพารานั้นมีราคาสูงที่สุด แต่ก็ มีความคงทน มีอายุการใช้งานที่ยาวนานสูงสุดถึง 20 ปี ที่นอน ยางพารา โดยเฉพาะที่เป็นยางพาราแท้ 100% นั้นจะค่อนข้าง หนัก แต่ผู้ใช้ก็ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องยกที่นอนเพื่อพลิกสลับ ด้าน หรือเคลื่อนย้ายที่นอนออกไปตากแดดแต่อย่างใด เนื่องจากคุณสมบัติหนึ่งของที่นอนยางพาราคือการไม่กักเก็บ ความชื้นและฝุ่นละออง ที่นอนแบบนี้จึงไม่มีกลิ่นอับ เพียงแค่ เปิดหน้าต่างให้ห้องมีอากาศถ่ายเทอยู่เป็นประจําก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ ที่นอนยางพารายังมีคุณสมบัติของความเป็นยางคือ มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง จึงวางใจได้ว่าจะไม่ยุบตัวเป็นแอ่ง ตรงจุดที่นอน มีความนุ่มพอสมควร ทั้งนี้ความยืดหยุ่นของ ที่นอนยางพาราจะขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้นของยางพารา ซึ่งผู้ซื้อต้องตรวจสอบให้ดี เนื่องจากที่นอนประเภทนี้ถ้าเป็น ยางพาราแท้ๆ จะมีราคาสูง ผู้ผลิตหลายรายจึงมักจะนําวัสดุ อื่นๆ เช่น ใยมะพร้าว ฟองน้ํา ยางสังเคราะห์ เข้ามาเป็นส่วนผสม ซึ่งคุณสมบัติที่ได้จะไม่ดีเท่าที่นอนยางพารา100% ที่นอนยางพาราจะมีกลิ่นของยาพาราในช่วงแรกที่ซื้อมา เนื่องจากที่นอนถูกห่อพลาสติกเอาไว้ แต่กลิ่นเหล่านี้จะจางลง ไปเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง การเลือกที่นอนยางพาราควร คํานึงถึงค่าความหนาแน่นหรือ Density ซึ่งจะเป็นตัวที่บอกว่าที่ นอนยืดหยุ่นมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปจะใช้ค่าความยืดหยุ่น ที่ 85 แต่ถ้าเลือกซื้อที่นอนสําหรับผู้สูงอายุค่าความยืนหยุ่น 110 เป็นช่วงที่เหมาะสม ความหนาแน่นที่มากขึ้นจะทําให้สามารถนั่ง ทรงตัวบนที่นอนได้ง่ายขึ้นเวลาลุกจากที่นอน ส่วนผู้ที่น้ําหนัก ตัวค่อนข้างมากจะเหมาะกับค่าความหนาแน่นที่ 65 ราคาของที่นอนยางพารานั้นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000 บาท ขึ้นไป

ที่นอนสปริง
หากที่นอนยางพาราแพงเกินไป ที่นอนสปริงก็เป็นอีกทางเลือกที่ น่าสนใจเนื่องจากมีราคาที่ต่ํากว่า แต่ยังคงให้คุณสมบัติของ ความยืดหยุ่นและการคืนตัวที่ดีถึงดีกว่าที่นอนยางพารา เพราะ สปริงที่อยู่ในที่นอนจะรองรับสรีระได้ดีกว่า เหมาะมากสําหรับ คนที่ชอบนอนตะแคงเพราะสปริงจะยุบตัวลงไปไม่กดทับ จึงไม่ ปวดบริเวณไหล่เวลานอน แต่การเลือกซื้อที่นอนสปริงนั้นต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเพราะ ปัจจุบันผู้ผลิตมีการออกแบบที่นอนสปริงหลายรูปแบบ มีทั้ง สปริงแบบแยกอิสระ Poster Tech ซึ่งทําให้สปริงสามารถ รองรับการนอนของเราได้อย่างเต็มที่ แม้เป็นเตียงคู่เมื่อแต่ละ คนพลิกตัวหรือเคลื่อนไหวก็ไม่สะเทือนไปรบกวนอีกคนหนึ่ง แต่ อาจจะมีการเสียดสีกันระหว่างสปริงด้วยกันเองได้ จึงมีการ พัฒนาเป็น Pocket Spring ซึ่งเป็นสปริงอิสระเช่นกันแต่สปริง จะถูกบรรจุอยู่ในช่องที่มีผ้ากันระหว่างกันจึงลดปัญหาสปริง เสียดสีกันเองได้ และสปริงประเภทสุดท้ายที่นํามาใช้คือ Bonel Spring ซึ่งเป็นสปริงแบบต่อเนื่อง ทําให้การสะเทือนนั้นแผ่ กระจายไปทั้งที่นอน แต่จะไม่เหมาะกับเตียงคู่แม้ว่าจะมีราคาต่ํา กว่าที่นอนสปริงแบบอื่น ที่นอนสปริงนั้นมีความคงทนมาก สังเกตได้จากเป็นที่นอนที่ โรงแรมชั้นนําต่างๆ เลือกนําไปใช้ในห้องพัก สําหรับราคาของ ที่นอนสปริงนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ 6,000 บาทเป็นต้นไป ราคาที่ต่ํา กว่านี้ต้องระวังว่าจะเป็นที่นอนที่ภายในเป็นขดลวดแทน

ที่นอนฟองน้ำ
ความนุ่มและนิ่มของฟองน้ําคือคุณสมบัติหลัก แต่ที่นอน ประเภทนี้จะมีความยืนหยุ่นและการคืนตัวที่ไม่ดีเท่าที่นอน ยางพาราและที่นอนสปริง และอายุการใช้งานจะสั้นกว่าที่นอน ประเภทอื่น ไม่เหมาะสําหรับคนที่มีอาการปวดหลังเพราะที่นอน จะอ่อนนุ่มและยวบ ไม่มีแรงต้านเพื่อรองรับสรีระมากเท่าที่นอน สปริง แต่ถ้าชอบจริงๆ ควรเลือกที่มีความหนาสักหน่อย ปัจจุบัน ผู้ผลิตได้ฟองน้ําให้หนาแน่นขึ้นและคงทนมากขึ้นจากแต่ก่อน ที่นอนฟองน้ําราคาเฉลี่ยประมาณ 5,000 บาท

ที่นอนใยมะพร้าว
ที่นอนประเภทนี้จะผลิตขึ้นมาจากใยมะพร้าวนํามาอัดกันแน่น ด้วยกาวขึ้นรูปแบบที่นอน ทําให้ที่นอนมีความแน่นและทึบ ถ้า หากกําลังมองหาที่นอนที่ค่อนข้างแข็ง ไม่อ่อนยวบ ไม่ยุบตัว คุณสามารถพบคุณสมบตินี้ได้ในที่นอนใยมะพร้าว แต่ขอบอก ไว้ก่อนว่าที่นอนประเภทนี้เมื่อเสื่อมคุณภาพแล้วไม่ควรจะฝืนใช้ งานต่อไปมากที่สุด การเสื่อมสภาพจะเริ่มจากการเปื่อยยุ่ย ฉีก ขาดของผ้าที่หุ้มภายนอก จากนั้นใยมะพร้าวจะเริ่มลุ่ยเป็นขุย เป็นฝุ่นผง อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
ท้ายที่สุดนี้ เราแนะนําว่าการเลือกซื้อที่นอน ผู้ที่จะนอนควรจะ เป็นคนไปเลือกด้วยตนเองดีที่สุด เพราะเดี๋ยวนี้ที่ร้านขายที่นอน จะจัดเตรียมที่นอนให้ลูกค้าทดลองนอน เบรคความอายไว้สัก นิด แล้วทดลองนอนสัก 5-20 นาทีเป็นอย่างน้อย โดยช่วงเวลานี้ จะเพียงพอที่ทําให้ที่นอนปรับเข้ากับสรีระของเรา และตัดสินได้ ดีที่สุดว่าที่นอนนั้นเหมาะสมกับเราไหม นอนสบายหรือไม่
อย่าคิดว่าการซื้อที่นอนเป็นการลงทุนที่สูง เพราะตราบใดที่เรา ยังต้องใช้งานมันทุกวัน การเลือกสิ่งที่ได้คุณภาพถือเป็นการ ลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด